ปัญหาผิวทั่วไปของเด็กแรกเกิด 

1114 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปัญหาผิวทั่วไปของเด็กแรกเกิด 

 ปัญหาผิวทั่วไปของเด็กแรกเกิด 


 ผดมิเลีย 

ลักษณะภายนอก: 


• ปรากฏเป็นจุดสีขาวหรือสีเหลืองขนาดเล็กเท่ากับหัวเข็มและแบนเมื่อสัมผัส 


• ส่วนใหญ่ขึ้นตามหน้าผาก แก้ม คาง และจมูกของทารก 


• เมื่อตุ่มสีขาวขนาดเล็กเหล่านี้ ขึ้นที่เหงือกภายในช่ องปากของทารกแรกเกิด จะเรียกว่า "Epstein's pearl" 


 สาเหตุ: 

• เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของต่อมผิ วหนังในเด็กที่ยังไม่เจริญเติ บโตเต็มที่ 


 การดูแล: 

• มักหายไปเองหลังคลอดสองถึงสามสั ปดาห์ 

• ไม่ต้องการการดูแลหรือการรั กษาเป็นพิเศษ (เช่น ใช้ครีม/ ขี้ผึ้ง) 

• ห้ามบีบ 


 สิวในทารกแรกเกิด 


 ลักษณะภายนอก: 

• ปรากฏเป็นตุ่มสีแดงขนาดเล็ก 

• ส่วนใหญ่ขึ้นตามหน้าผากและแก้ มของทารก 

• มักปรากฏหลังคลอดไม่กี่วันหรื อไม่กี่สัปดาห์ 


 สาเหตุ: 

• อาจเกิดจากฮอร์โมนของมารดาที่ส่ งผ่านรกในครรภ์ไปยังทารกขณะตั้งครรภ์ 


 การดูแล: 

• มักหายไปเองภายในสามเดือนหลั งคลอด 

• ไม่ต้องการการดูแลหรือการรั กษาเป็นพิเศษ (เช่น ใช้ครีม/ ขี้ผึ้ง) 

• ดูแลให้ผิวทารกสะอาดและแห้ งเสมอ 

• ห้ามบีบ 


 ผื่นแพ้ในเด็กแรกเกิด 

 ลักษณะภายนอก: 

• ปรากฏเป็นจุดสีเหลืองหรือสี ขาวขนาดเล็กเท่ากับหัวเข็มและมี จุดแดงรอบ ๆ 

• ส่วนใหญ่ขึ้นตามแก้ม ลำตัว หลัง มือ และเท้าของทารก 

• โดยปกติเกิดขึ้นหลังคลอดสองถึ งสามวัน 


 สาเหตุ: 

• สาเหตุไม่แน่ชัด 


 การดูแล: 

• มักหายไปเองหลังคลอดภายในไม่กี่ วันหรือไม่กี่สัปดาห์ 

• ไม่ต้องการการดูแลหรือการรั กษาเป็นพิเศษ (เช่น ใช้ครีม/ ขี้ผึ้ง) 

• ห้ามบีบ 


 ผดร้อน/ผื่นคัน 


 ลักษณะภายนอก: 

• ปรากฏเป็นจุดนูนสีแดงขนาดเล็ก 

• ส่วนใหญ่ขึ้นตามคอ หลัง และอกของทารก 

• มักขึ้นเมื่ออากาศร้อน แต่อาจปรากฏขึ้นแม้อากาศเย็ นหากทารกสวมเสื้อผ้าหลายชั้นหรื ออยู่ในห้องที่ร้อนเกิ นไปจนทำให้เหงื่อออกมาก 

 สาเหตุ: 

• เกิดจากอาการระคายเคืองของผิ วเนื่องจากเหงื่อเมื่อทำให้ ทารกอุ่นเกินไป 

 การป้องกันและการดูแล: 

• แต่งกายทารกด้วยเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมเพื่อให้ผิวทารกเย็นและแห้งเพื่อลดเหงื่อออก 

• ทำความสะอาดผิวทารกด้วยน้ำ 

• ปรึกษาแพทย์หากไม่มีอาการดีขึ้นหรือมีภาวะรุนแรง 


 ผื่นผ้าอ้อม 


 ลักษณะภายนอก: 

• เริ่มแรกเป็นจุดสีแดงและพั ฒนาเป็นผื่นสีแดงขนาดเล็ก 

• ส่วนใหญ่ขึ้นตามบริเวณที่สวมผ้ าอ้อม เช่น อวัยวะเพศหญิงภายนอก ผิวระหว่างอวัยวะเพศและทวาร บั้นท้าย หน้าท้องส่วนล่าง และขาอ่อนช่วงบน 


 สาเหตุ: 

• ปรากฏเมื่อผิวทารกไดรั บการระคายเคืองจากปัสสาวะและอุ จจาระ 

 การป้องกันและการดูแล: 

• เปลี่ยนผ้าอ้อมทารกบ่อยครั้งเพื่อให้บั้นท้ายสะอาดและแห้ง 

• ใช้น้ำอุ่นพอสมควรทำความสะอาดบั้นท้ายทารก ใช้สบู่ / เจลอาบน้ำหากจำเป็น เช่น เมื่อเปื้อนอุจจาระ หลีกเลี่ยงการใช้ผ้ าทำความสะอาดสำหรับเด็กในการลดอาการระคายเคืองผิว 

• ผึ่งผิวทารกให้แห้งทั้งหมดก่อนสวมใส่ผ้าอ้อมสะอาด สามารถทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้ นบาง ๆ ได้เพื่อไม้ให้สิ่งขับถ่ายสัมผั สกับผิวโดยตรง ใช้ครีมป้องกันผิว เช่น ครีมซิงค์ออกไซด์เพื่อสร้างชั้ นป้องกันบนผิวเปลือยสีแดง 

• ห้ามใช้แป้งเด็ก แป้งจะผสมกับปัสสาวะหรือเหงื่อในการสร้างสิวและทำให้อาการแย่ลง 

• ปรึกษาแพทย์หากไม่มีอาการดีขึ้ นหรือหากมีภาวะรุนแรง 


 โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง/โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในวัยทารก 


 ลักษณะภายนอก: 

• ผิวแดงและแห้ง บางครั้งอาจปรากฏแผลพุพองสี แดงขนาดเล็ก และอาจเกิดสะเก็ดแผลเมื่อแผลพุ พองแตก 

• บริเวณผิวที่เป็นผื่นจะคันมาก ผิวจะหนาขึ้น หลังแกะสะเก็ดผิวจะแข็งและหยาบ 

• ในทารกแรกเกิดมักปรากฏตามแก้ม ศอก เข่า และลำตัว 

• หลังอายุ 2 ปี ผื่นมักจะปรากฏตามบริเวณต่าง ๆ เช่น คอและหลังเข่ากับข้อศอก 

• ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมักขึ้นครั้งแรกเมื่ออายุสองถึงสามเดือน อาการจะเป็นๆ หาย ๆ 

• ส่วนมากผื่นมักขึ้นก่อนอายุห้าปีและหายไปเมื่ออายุครบสิบห้าปี บางรายอาจยังมีผื่นจนโต 


 สาเหตุ: 

• ไม่มีสาเหตุแน่ชัด เชื่อว่าโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง / โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุ กรรม 

• เป็นภาวะที่ไม่ติดต่อจากคนสู่คน 

• โดยปกติสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ อาจเจ็บป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ และโรคหอบหืด หรือแพ้สารบางอย่าง เช่น สารซักฟอก ละอองเกสร ฝุ่น หรืออาหาร 


 การรักษา: 

• นอกจากการดูแลผิวให้ดีแล้ว (ดูด้านล่าง) แพทย์อาจจ่ายยา เช่น สเตียรอยด์ หรือยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุ มอาการ 


 การป้องกันและการดูแล: 

การดูแลผิวให้ดีเพื่อรักษาความสะอาดและความชุ่มชื้น: 

• อาบน้ำทารกด้วยน้ำอุ่ นพอสมควรและเจลอาบน้ำ ปราศจากสารสบู่
ให้ความสนใจเรื่ องการทำความสะอาดผิวส่วนข้อพั บเป็นพิเศษ 

• ทาครีมให้ความชุ่มชื้นที่ ปราศจากน้ำหอมในช่วงอากาศแห้ งและหลังการทำความสะอาด 

• ตัดเล็บทารกให้สั้นเสมอเพื่ อลดโอกาสการเกิดการบาดเจ็บที่ผิ วหนังเนื่องจากการเกา
การสวมถุงมือให้ทารกอาจช่วยได้ 

• ให้ความสนใจเรื่ องอากาศและความชื้นในสภาพแวดล้ อม
หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ทารกสัมผั สลมเย็นและแสงแดดแรง 

• ปรับอุณหภูมิห้องให้อบอุ่นเสมอ เช็ดเหงื่อทารกเพื่อหลีกเลี่ ยงอาการระคายเคือง 


 เสื้อผ้า: 

• ผ้าฝ้ายจะดีกว่าวัสดุอื่น ๆ เช่น ขนสัตว์ ไหม และไนลอน 

• สวมผ้าฝ้ายเท่านั้นเมื่ออยู่ ใกล้ชิดกับทารกโดยตรง 

• ผู้ดูแลควรให้ความสนใจกับเสื้ อผ้าที่เลือกใช้เมื่อใกล้ชิดกั บผิวทารกโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคื อง 

• ใช้สารซักฟอกสูตรอ่อนโยนในการซั กเสื้อผ้าทารก
โปรดจำไว้ว่าต้องล้างสารซั กฟอกออกให้หมดหลังการซัก 


 สภาพแวดล้อมภายในบ้าน: 

• ดูแลบ้านให้สะอาด ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือผ้าเปี ยกในการกำจัดฝุ่น วิธีนี้สามารถป้องกันฝุ่ นละอองขนาดเล็กจากการกระจายตั วในอากาศขณะทำความสะอาดได้ 

• หลีกเลี่ยงการใช้พรม 

• หลีกเลี่ยงการมีของเล่นและสัตว์ ที่มีขนปุกปุย เช่น แมว สุนัข หรือนก เพื่อลดโอกาสการเกิดการแพ้ให้ เหลือน้อยที่สุด 


 อาหาร: 

• การป้อนนมแม่อาจป้องกันโรคผื่ นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็กบางคนได้ 

• ยังไม่มีการยอมรับอย่างหนักแน่ นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่ างโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนั งและอาหาร หากจำเป็นให้ปรึกษาแพทย์สำหรั บความต้องการในการเปลี่ยนไปดื่ มนมผงเด็กแรกเกิดพิเศษ 


 โรคผื่นแพ้ต่อมไขมัน 

 ลักษณะภายนอก: 

• ปรากฏเป็นก้อนนูนสีค่อนข้ างแดงจากสะเก็ดความมันขนาดเล็ก หรือเป็นสะเก็ดหนาสีเหลืองที่ติ ดกันจนเป็นชั้นสะเก็ดขนาดใหญ่ 

• มักขึ้นตามบริเวณที่มีต่อมผิ วหนังมาก เช่น ศีรษะ หน้าผาก แก้ม คิ้ว หู รักแร้ หน้าท้อง และข้อพับระหว่างขาอ่อน เมื่อปรากฏที่หนังศีรษะมักจะรู้ จักกันในชื่อ "ภาวะต่อมไขมันอักเสบในเด็ กทารก" 

• มักปรากฏเมื่อทารกอายุ ประมาณสามสัปดาห์ถึงสามเดือน ส่วนมากอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่ออายุประมาณหกเดือน 


 สาเหตุ: 


สาเหตุนั้นไม่แน่ชัด 


 การดูแล: 

• ทำความสะอาดผิวทารกด้วยน้ำเปล่า ไม่แนะนำให้ใช้สบู่ / เจลอาบน้ำ 

• ทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้นทุกครั้งหลังการทำความสะอาดเพื่ อคงความชุ่มชื้นให้ผิว 

• สำหรับสะเก็ดหนาบนหนังศีรษะ ให้ทาน้ำมันมะกอกและปล่อยทิ้ งไว้ประมาณยี่สิบนาทีเพื่อทำให้ นิ่ม จากนั้นเช็ดสะเก็ดออกอย่างเบามื อด้วยผ้าฝ้าย ลงแชมพูที่ผมทารกและใช้หวีเพื่ อกำจัดแผ่นสะเก็ดที่ติดกับผม 

• ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อี กครั้งหากจำเป็น 

• ปรึกษาแพทย์หากยังมีภาวะรุ นแรงอยู่หรือหากหนังศีรษะเป็นสี แดงและอักเสบ 


 ผื่นแพ้สัมผัส 


ผื่นแพ้สัมผัสสามารถแบ่งได้เป็นประเภทอาการระคายเคืองและอาการแพ้ ผื่นแพ้สัมผัสเกิดขึ้นตามผิวที่ สัมผัสกับสารที่เป็นสาเหตุ ของอาการระคายเคืองและอาการแพ้ โดยตรง 


 ลักษณะภายนอก: 

• เกิดขึ้นตามบริเวณที่มักสัมผัสกับสารที่ทำให้แพ้ / ระคายเคือง 

• ผิวกลายเป็นสีแดงและคัน อาจมีตุ่มแผลขนาดเล็กเกิดขึ้น 


 สาเหตุ: 

• อาการอักเสบเกิดขึ้นเมื่อผิวสั มผัสกับสารที่ทำให้แพ้อีกครั้ง เช่น น้ำลายทารก สารซักฟอก อาหาร หรือยา 

• อาจเกี่ยวข้องกับอาการแพ้หลั งการสัมผัสกับสารที่ทำให้แพ้ เช่น โลหะบางชนิดอย่างเงิน สารสี และอื่น ๆ ผู้ปกครองอาจไม่ได้ระมัดระวั งสารเหล่านี้เนื่องจากลั กษณะภายนอกดูไม่อันตราย 


 การป้องกันและการดูแล: 

• สิ่งสำคัญคือการหลีกเลี่ยงการสั มผัสกับสารที่ทำให้ระคายเคื องและสารที่อาจก่ออาการแพ้ 

• การดูแลคล้ายกับโรคผื่นภูมิแพ้ ผิวหนัง 

• ปรึกษาแพทย์หากไม่มีอาการดีขึ้ นหรือหากมีภาวะรุนแรง

• หากจำเป็นแพทย์อาจจัดยาตามสมควร เช่น ครีมสเตียรอยด์ ในบางกรณีมีการทดสอบอาการแพ้ที่ ผิวหนังเพื่อระบุสารที่ทำให้แพ้  



 ขอขอบคุณขอมูลโดย
Family Health Service
Department of health 


https://www.fhs.gov.hk/ english/other_languages/thai/ child_health/new_born/14851. html

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้